วันอังคาร, ตุลาคม 27, 2552

บทความที่ 6 ทำไมต้องเป็นธุรกิจเครือข่าย





ทำไมคนถึงหลั่งไหลเข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายกันนัก?


ก็เพราะธุรกิจเครือข่าย เป็นธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ที่สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยง และไม่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วๆไป


เพียงแค่คุณเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี จนเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์นั้น ก็สามารถทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตน ซึ่งเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปากนั่นเอง


เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำแล้ว ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาหรือผ่านพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ผู้บริโภคเลยทีเดียว


เมื่อเกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถที่จะประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณาได้มาก ซึ่งบริษัทก็จะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้เหล่านี้ไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก


ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์เลยทีเดียว


การตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ 2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะพหุคูณเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด






จุดเด่นของธุรกิจเครือข่าย


1. เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำ ลงทุนน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วๆไป
2. เป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั้งสองฝ่าย (win-win) นั่นคือ เมื่อผู้ที่เราแนะนำประสบความสำเร็จ ผู้ที่แนะนำก็ประสบความสำเร็จด้วย
3. เป็นธุรกิจที่เลือกเวลา และสถานที่ทำงานได้ตามใจปราถนา
4. เป็นธุรกิจที่สามารถทำออนไลน์ได้ทั่วโลก



Key2Success

อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/


บทความที่ 5 ธุรกิจที่พ่อรวยแนะนำ


คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert T. Kiyosaki) มหาเศรษฐีนักธุรกิจที่คนบนโลกนี้ต่างให้การยอมรับได้กล่าวไว้ในหนังสือ “Why We Recommend Network Marketting” ว่า
“คนรวยกับคนจนต่างกันเพียงความคิด…คนที่รวยที่สุดในโลกล้วนแสวงหาการสร้างเครือข่าย ในขณะที่คนทั่วไปมองหางานทำ"
ซึ่งการเป็นลูกจ้างที่ต้องทำงานประจำ ไม่สามารถทำให้คนนั้นร่ำรวยได้ มีเพียงธุรกิจเครือข่าย หรือ (MLM) ธุรกิจเดียวเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนได้มากมายที่สุดโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคุณเองก็จงใช้มันเป็นเครื่องมือ ในการไล่ล่าความฝันของคุณ


และดิฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้ธุรกิจเครือข่ายในการไล่ล่าความฝันของดิฉัน ซึ่งเส้นทางก้าวเดินในแต่ละก้าวของดิฉันจะนำไปสู่การมีอิสรภาพอย่างแท้จริง แล้วคุณล่ะพร้อมที่จะก้าวเดินตามดิฉันแล้วหรือยังค่ะ



Key2Success

อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/


วันจันทร์, สิงหาคม 10, 2552

บทความที่ 4 เส้นทางของการก้าวสู่อิสรภาพ

"ชีวิตกำเนิดขึ้นพร้อมอิสรภาพ

เหตุใด...มนุษย์จึงถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน

ทุกคนคิดว่าข้า...คือนาย

สุดท้าย...ล้วนเป็นทาส ไม่ต่างกัน"

ฌอง ฌาค รุสโซ


คุณเคยสงสัยบ้างไหมค่ะว่า ทำไมคนบางคนทำงานน้อยลง แต่หาเงินได้มากขึ้น และมีเวลามากขึ้นในการที่จะอยู่กับครอบครัว ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ สิ่งที่ตัวเองรักและปราถนา ในขณะที่บางคนต้องทำงานหนัก หามรุ่งหามค่ำ เครียด และไม่มีความสุข ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว แต่กลับหาเงินได้น้อยลง และยิ่งแย่ไปกว่านั้น คนบางคนทำงานหนักชั่วชีวิตและจบลงด้วยหนี้สินรุงรัง

นั่นเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าเขาควรจะทำงานจากด้านใดและเมื่อไหร่


ซึ่งมีนิทานเรื่องหนึ่งที่สามารถอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่าในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านที่น่าอยู่อาศัย แต่น่าเสียดายที่มีปัญหาอยู่ว่า หมู่บ้านจะขาดน้ำหากฝนไม่ตก กรรมการหมู่บ้านจึงประกาศหาคนรับจ้างขนส่งน้ำมาให้คนในหมู่บ้านใช้ ชายหนุ่มสองคนเสนอตัวรับทำงานนี้ กรรมการหมู่บ้านตกลงทำสัญญากับชายทั้งสอง โดยหวังว่าเขาสองคนจะได้แข่งขันกันทำงานและรักษาราคาให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ


เอ็ด..ชายคนแรกรีบวิ่งไปซี้อกระป๋องตักน้ำมา 2 ใบ แล้วเริ่มตักน้ำจากลำธารมาใส่ถังคอนกรีตให้คนในหมู่บ้านไว้ใช้ในทันที ทุกๆ เช้าเขาจะรีบตื่นก่อนคนอื่นๆ เพื่อดูแลให้มีน้ำในถังเพียงพอสำหรับคนในหมู่บ้าน


บิล..อีกคนที่ได้รับงานนี้ หายตัวไปเป็นเดือน ปล่อยให้เอ็ดดีใจในช่วงแรก เขาไปเตรียมเขียนแผนธุรกิจ จัดตั้งบริษัทหาผู้ร่วมทุน จ้างผู้จัดการ และกลับมาพร้อมทีมงานก่อสร้างในหกเดือนต่อมา เขาใช้เวลาหนึ่งปี สร้างท่อน้ำสแตนเลสขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างลำธารเข้าหมู่บ้าน ในงานวันเปิดท่อขนส่งน้ำ บิลประกาศว่าน้ำของเขาสะอาดกว่าน้ำของเอ็ด และสามารถทำให้ทุกคนมีน้ำใช้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงและทุกวัน สุดท้ายบิลประกาศว่าเขาจะเก็บค่าน้ำถูกกว่าเอ็ดร้อยละ 75 โดยที่ทุกคนจะได้น้ำคุณภาพดีกว่า สิ้นเสียงบิลทุกคนปรี่กันเข้าไปที่ก็อกน้ำจากท่อที่บิลสร้าง มากกว่านั้น บิลปรับปรุงแผนธุรกิจเพื่อนำน้ำมากด้วยคุณภาพ ปริมาณ สะอาด แต่ราคาย่อมเยาไปเสนอให้แก่หมู่บ้านอื่น เขาคิดเงินแค่ถังละเพนนีเดียว น้ำไหลจากลำธารสู่แต่ละครัวเรือนทุกวี่ทุกวัน โดยที่บิลไม่ต้องไปทำงานเลย แต่เงินก็ไหลเข้าบัญชีของเขาอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เอ็ดต้องทำงานหนักตลอดชีวิตพร้อมปัญหาการเงินที่อยู่คู่กับเขาจนวาระสุดท้าย


แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า “กำลังสร้างท่อ หรือลากถัง”?


หนังสือเล่มนี้นับว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านมากที่สุดในรอบปีที่ดิฉันได้เคยอ่านมา หลายคนได้อ่านเรื่องนี้แล้วเขารู้สึกตื่นขึ้น และเข้าใจว่าตัวเองต้องทำงานด้านไหน เพื่อก้าวสู่การมีอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง




Key2Success

อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/


บทความที่ 3 มหัศจรรย์ของการคิดใหญ่


มีพนักงานขายของบริษัทอยู่ 1 คน ชื่อเดวิด ที่สามารถทำเงินจากการขายในปีที่ผ่านมาเป็นเงิน 3 ล้านบาท ในขณะที่พนักงานขายคนอื่นๆ ทำรายได้เพียงแค่ 400,000 บาทต่อปีเท่านั้น

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น...

เดวิด ดีกว่าคนอื่นหรือ ก็ไม่

เดวิดฉลาดกว่าคนอื่นหรือ เปล่าเลย เพราะผลการสอบของเดวิด เขาก็ทำคะแนนได้เท่าๆ กับคะแนนเฉลี่ยของพนักงานขายคนอื่นๆ

หรือเดวิด ทำงานหนักว่าคนอื่น ไม่อีกเช่นกัน เพราะเดวิดลาพักร้อนมากกว่าคนอื่นๆ ด้วยซ้ำ


แล้วอะไรหล่ะ ที่ทำให้เดวิดแตกต่างกับพนักงานขายคนอื่นๆ

คำตอบที่ได้คือ เดวิดคิดใหญ่กว่าพนักงานขายคนอื่นๆ นั่นเอง


เพราะความสำเร็จไม่ได้ถูกกำหนดโดยขนาดของสมอง แต่ถูกกำหนดโดยขนาดของความคิดของคนคนนั้น


ถ้าการคิดใหญ่สามารถให้ผลสำเร็จมากมายเหลือเกิน แล้วทำไมคนส่วนใหญ่จึงไม่คิดเช่นนั้น ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยครั้ง ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเพราะสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน ความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้พยายามจะฉุดรั้งความฝันของเราอยู่เสมอๆ
และคิดแต่เพียงว่า อะไรจะเกิด ก็ปล่อยให้มันเกิด และลืมความฝันลมๆ แล้งๆ นั้นเสีย คิดไปทำไม ในเมื่อไม่มีโอกาสที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้

ลืมบ้านหรูๆ

ลืมรถยนต์ราคาแพง

ลืมการท่องเที่ยวที่ดีๆ

ลืมการวางแผนที่พิเศษให้กับลูกๆ

ลืมชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น......และรอว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังอยู่ในความรู้สึกเช่นนี้ ลองมาอ่านเรื่องราวในชีวิตของคุณสมคิด ลวางกูร ซึ่งเรื่องราวของคุณสมคิดเรียกว่า "สุดขีด" เกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ตกต่ำสุดขีด สูงสุดขีด เลวสุดขีด หายนะสุดขีด และ ฮา สุดขีด

คุณสมคิดเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งแต่อายุ 11 และได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะต้องมีเงินล้าน ทำงานบนเครื่องบิน ไปต่างประเทศ พูดภาษาอังกฤษ และมีเมียเป็นนางงาม ก่อนที่จะอายุ 25 ปีให้ได้ ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องตลกสำหรับเด็กวัดจนๆ คนหนึ่ง ที่เคยติดยา เล่นการพนัน ที่ฝันในสิ่งที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ แต่สุดท้ายทั้งหมดนั้นเป็นจริง คุณสมคิดไปยังเป้าหมายของตนเองได้สำเร็จ

เด็กวัดกินข้าวบูดที่ตั้งเป้าหมายมีเงินล้าน ก่อนอายุ 25ปี (1/4)



ตอนที่ 1 http://video.spiceday.com/viewthread.php?tid=70425

ตอนที่ 2 http://video.spiceday.com/viewthread.php?tid=70426

ตอนที่ 3 http://video.spiceday.com/viewthread.php?tid=70427

ตอนที่ 4 http://video.spiceday.com/viewthread.php?tid=70428o.spiceday.com/viewthread.php?tid=70428


หลังจากที่ดิฉันได้ดูวิดิโอของคุณสมคิดจบ ทำให้ดิฉันมีไฟที่จะลุกขึ้นมาทบทวนความฝันของดิฉันอีกครั้งนึงว่าสิ่งใดได้ทำสำเร็จไปแล้วบ้าง และสิ่งไหนที่ตั้งเป้าหมายแล้วยังไม่สำเร็จเพราะอะไร และสิ่งสำคัญทำให้ดิฉันมั่นคงกับเป้าหมายที่ดิฉันได้ตั้งไว้ และจะต้องเดินตามเป้าหมายให้ได้ แล้วคุณล่ะตามหาความฝันของคุณเจอหรือยัง

จงตั้งเป้าหมายให้ใหญ่...

แล้วก้าวไปให้ไกลกว่า

และจงมั่นใจว่า คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ แล้วคุณก็จะเป็นเช่นนั้น




Key2Success
อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/


วันอาทิตย์, กรกฎาคม 19, 2552

บทความที่ 2 กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

ในโลกแห่งธุรกิจ และโลกแห่งการทำงาน ในวันหนึ่งๆ มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้น ทั้งที่เรายอมรับมันได้และไม่สามารถยอมรับมันได้ และเมื่อคุณต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง คุณจะทำอย่างไรค่ะ

1) อยู่เฉยๆ ไม่สนใจ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด

2) ต่อต้านทุกสถานการณ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น พร้อมกับหวังว่าสถาณการณ์จะ กลับมาดีเหมือนเดิม

3) ปรับตัวและยอมรับมันได้


แต่คุณเชื่อไหมค่ะว่าคนส่วนใหญ่มักจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพราะกลัวที่จะต้องเปลี่ยนจากสิ่งที่คุ้นเคยเดิมๆ และไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นเช่นไร เราต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีนิทานเรื่องหนึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งดิฉันอ่านแล้วประทับใจมาก ทำให้ดิฉันตระหนักการใช้ชิวิตอย่างระมัดระวังจนถึงปัจจุบันนี้


ชื่อเรื่อง ใครเอาเนยแข็งของฉันไป (Who moved my cheese?)

ผู้แต่ง : นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน
เป็นนิทานที่เล่าถึงตัวละคร 4 ตัว

มีหนูสองตัวคือ สนิฟฟ์ และ สเคอรี่
มีคนแคระสองคน คือ เฮม และ ฮอว์

ตัวละครทั้งหมดต่างมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป
ทั้งแบบที่กล้าเปลี่ยนแปลง
กลัวการเปลี่ยนแปลงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง
หรือ เปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมี 4 ชีวิตเล็กๆ ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ สนิฟฟ์ กับ สเคอร์รี่ ส่วนอีก 2 ชีวิตเป็นมนุษย์แคระ 2 คน ชื่อ เฮ็ม กับ ฮอว์ ทั้งสี่ชีวิตอาศัยอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่งเพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต


เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย


ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษโอชะ ที่แสนสะดวกสบายและไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป


เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิตได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้าสนิฟฟ์เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที


ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ ไปถึงไหนสเคอร์รี่ ก็ไปที่นั่น


คนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ไม่คาดมาก่อนว่าเนยแข็งจะหมดไป เฮ็มถึงกับตีโพยตีพายกล่าวโทษเทวดาฟ้าดินว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา แล้ววิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าเนยแข็งควรจะกลับมาหาเขาอีก


แต่ ฮอว์ ดูจะยอมรับความจริงได้มากกว่า เขาเริ่มคิดว่าเขาควรทำการเปลี่ยนแปลง เขาจึงชวนเฮ็มให้ออกไปหาเนยแข็งใหม่แบบที่หนูสองตัวกำลังทำอยู่ ปรากฏว่า เฮ็มไม่ยอมรับฟัง


ฮอว์ จึงไปสู่เขาวงกตตามลำพัง


และแล้วเจ้าหนูทั้งสองก็ได้พบคลังเนยแข็งแห่งใหม่ที่ดีและใหญ่กว่าเดิม


ส่วนฮอว์นั้นแม้จะออกมาช้ากว่าเจ้าหนูทั้งสองแต่ในที่สุดเขาก็ได้พบคลังเนยแข็งใหม่เช่นกัน เขาจึงกลับไปชวนเฮ็มให้ออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ แต่เฮ็มกลับปฏิเสธทั้งยังไม่ยอมรับเนยแข็งที่ ฮอว์ อุตส่าห์เอาไปฝาก


ฮอว์จึงจำใจต้องปล่อยเพื่อนไว้เช่นนั้น ระหว่างที่ฮอว์ออกมาเผชิญโชคครั้งใหม่ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย เขาสรุปสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขียนไว้บนกำแพงเป็นระยะๆ


“ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลง คุณอาจจะสูญพันธุ์”


ฮอว์ สุขสบายอยู่ในคลังเนยแข็งใหม่แต่ก็ยังคิดและหวังว่า เฮ็มเพื่อนรักจะตามมาตามลายแทงและข้อคิดที่เขาบอกทางไว้ให้


ตัวละครทั้ง4ชีวิตเป็นตัวแทนแห่งสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง


สนิฟฟ์ เป็นผู้ดมกลิ่นการเปลี่ยนแปลงได้ก่อนใคร จึงนำออกไปก่อน

สเคอร์รี่ ไม่คิดอะไรเลย วิ่งตามกระแสอย่างเดียว

เฮ็ม เป็นผู้ปฏิเสธและต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโดยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏโฉมในทางเลวร้ายกว่าเดิมเสมอ

ส่วนฮอว์ เป็นคนเรียนรู้และปรับตัวตามยุคสมัยเมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า


ถ้า “เนยแข็ง” คือ งาน อาชีพ ทรัพย์สิน ความสุข ความทุกข์ ความรัก ความหวังหรือสิ่งต่างๆ ที่คุณมีอยู่ ถ้าวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นหายไป คุณจะเป็นเหมือนสนิฟฟ์ หรือสเคอร์รี่ หรือเฮ็ม หรือฮอว์ ค่ะ


ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ คือ วิเคราะห์ความผิดพลาดในอดีตแล้วเตรียมวางแผนสำหรับอนาคต เรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับความเปลี่ยนแปลง ทำสิ่งต่างๆให้เรียบง่ายและยืดหยุ่นพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงจากเล็กๆน้อยๆที่เริ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ตัวเราเอง จะไม่มีอะไรดีขึ้นจนกระทั่งตัวเองได้เปลี่ยนแปลงแล้ว จริงไหม






อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/

วันจันทร์, กรกฎาคม 13, 2552

บทความที่ 1 เส้นทางชีวิตที่คุณเลือกได้

ชีวิตที่ผ่านมาของดิฉันคล้ายๆ กับขบวนรถไฟที่เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ อยู่ในเส้นทางเดิม ๆ ที่ซ้ำซาก จำเจไร้ซึ่งความหวัง และน่าเบื่อหน่าย และก็คงไม่แตกต่างไปจากเส้นทางชีวิตของคนส่วนใหญ่จริงไหมค่ะ ที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ว่าเรียนเก่งเข้าไว้น่ะ เมื่อโตขึ้นจะได้มีงานทำ พอเรียนจบ ก็มีคนบอกอีกว่าต้องไปทำงานที่บริษัทที่มั่นคงเพื่อจะได้มีอนาคต และหลังจากนั้นก็มีคนบอกอีกว่าขยันเข้าไว้น่ะ จะได้ร่ำรวย

แต่ในความเป็นจริงของชีวิต จะมีใครสักกี่คนที่สามารถประสบความสำเร็จและร่ำรวยจากงานประจำที่ทำได้ ความสำเร็จที่ฝันไว้มันช่างห่างไกลเหลือเกิน เกินกว่าที่ดิฉันจะรอมันไหว ส่วนลึก ๆของดิฉันจึงแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ดิฉันสามารถที่จะกำหนดอนาคตของดิฉันเองได้


เมื่อลองมองย้อนที่ตัวเราเองว่า แท้จริงแล้ว เราต้องการชีวิตแบบนี้หรือ? ชีวิตที่เหมือนปล่อยให้ผ่านๆ ไปในแต่ละวัน ตื่นเช้าขึ้นมา ออกจากบ้านไปทำงาน ผจญกับปัญหาจราจรติดขัด ไปทำงานด้วยความเร่งรีบ เพื่อไปให้ทันเข้างาน ตอกบัตรเข้าทำงาน แล้วก็ทำงาน งานๆๆๆ


พบเจอกับความเครียดต่างๆในการทำงาน พอพักเที่ยงแทนที่จะได้กินข้าวเที่ยงให้สบาย ๆ เป็นการ Relax แต่ก็ออกไปทานข้างนอกไม่ได้ซะอย่างงั้น เจ้านายบอกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันเข้างาน ก็ต้องฝากแม่บ้านซื้ออาหารสำเร็จรูปที่แม่บ้านสะดวกที่จะซื้อ (บ่อยครั้งที่ซื้อตามอารมณ์ของแม่บ้าน)


พอถึงตอนเย็นเลิกงาน ตอกบัตรออก ผจญกับปัญหาจราจรอีกครั้ง กลับถึงบ้าน แล้วก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเตรียมพบกับวันใหม่ที่ดำเนินชีวิต ในรูปแบบเดิมๆ เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน

เหนื่อยไหม กับชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วความฝันล่ะ ? ความฝันของการมีอิสรภาพในชีวิตมันเริ่มหดหายไปตอนไหนแล้วล่ะ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าคนเราทุกคนมีความฝัน อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน แล้วทำไมไม่ลองหาทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบใหม่ในแบบที่คุณอยากเป็นล่ะค่ะ

สำหรับดิฉันได้เจอเส้นทางชีวิตที่ดิฉันเป็นผู้เลือก แล้วคุณล่ะ เจอเส้นทางชีวิตที่ตัวคุณสามารถเป็นผู้กำหนดเองได้แล้วหรือยังค่ะ อย่ากลัวที่จะคิด อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ เพราะความกลัวไม่อาจทำให้คุณหลุดพ้นสิ่งที่พันธนาการคุณไว้ได้


อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/