ชีวิตที่ผ่านมาของดิฉันคล้ายๆ กับขบวนรถไฟที่เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ อยู่ในเส้นทางเดิม ๆ ที่ซ้ำซาก จำเจไร้ซึ่งความหวัง และน่าเบื่อหน่าย และก็คงไม่แตกต่างไปจากเส้นทางชีวิตของคนส่วนใหญ่จริงไหมค่ะ ที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ว่าเรียนเก่งเข้าไว้น่ะ เมื่อโตขึ้นจะได้มีงานทำ พอเรียนจบ ก็มีคนบอกอีกว่าต้องไปทำงานที่บริษัทที่มั่นคงเพื่อจะได้มีอนาคต และหลังจากนั้นก็มีคนบอกอีกว่าขยันเข้าไว้น่ะ จะได้ร่ำรวย แต่ในความเป็นจริงของชีวิต จะมีใครสักกี่คนที่สามารถประสบความสำเร็จและร่ำรวยจากงานประจำที่ทำได้ ความสำเร็จที่ฝันไว้มันช่างห่างไกลเหลือเกิน เกินกว่าที่ดิฉันจะรอมันไหว ส่วนลึก ๆของดิฉันจึงแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ดิฉันสามารถที่จะกำหนดอนาคตของดิฉันเองได้
พบเจอกับความเครียดต่างๆในการทำงาน พอพักเที่ยงแทนที่จะได้กินข้าวเที่ยงให้สบาย ๆ เป็นการ Relax แต่ก็ออกไปทานข้างนอกไม่ได้ซะอย่างงั้น เจ้านายบอกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันเข้างาน ก็ต้องฝากแม่บ้านซื้ออาหารสำเร็จรูปที่แม่บ้านสะดวกที่จะซื้อ (บ่อยครั้งที่ซื้อตามอารมณ์ของแม่บ้าน)
พอถึงตอนเย็นเลิกงาน ตอกบัตรออก ผจญกับปัญหาจราจรอีกครั้ง กลับถึงบ้าน แล้วก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเตรียมพบกับวันใหม่ที่ดำเนินชีวิต ในรูปแบบเดิมๆ เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน
เหนื่อยไหม กับชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วความฝันล่ะ ? ความฝันของการมีอิสรภาพในชีวิตมันเริ่มหดหายไปตอนไหนแล้วล่ะ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าคนเราทุกคนมีความฝัน อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน แล้วทำไมไม่ลองหาทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบใหม่ในแบบที่คุณอยากเป็นล่ะค่ะ
สำหรับดิฉันได้เจอเส้นทางชีวิตที่ดิฉันเป็นผู้เลือก แล้วคุณล่ะ เจอเส้นทางชีวิตที่ตัวคุณสามารถเป็นผู้กำหนดเองได้แล้วหรือยังค่ะ อย่ากลัวที่จะคิด อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ เพราะความกลัวไม่อาจทำให้คุณหลุดพ้นสิ่งที่พันธนาการคุณไว้ได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น