วันอาทิตย์, กรกฎาคม 19, 2552

บทความที่ 2 กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

ในโลกแห่งธุรกิจ และโลกแห่งการทำงาน ในวันหนึ่งๆ มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้น ทั้งที่เรายอมรับมันได้และไม่สามารถยอมรับมันได้ และเมื่อคุณต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง คุณจะทำอย่างไรค่ะ

1) อยู่เฉยๆ ไม่สนใจ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิด

2) ต่อต้านทุกสถานการณ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น พร้อมกับหวังว่าสถาณการณ์จะ กลับมาดีเหมือนเดิม

3) ปรับตัวและยอมรับมันได้


แต่คุณเชื่อไหมค่ะว่าคนส่วนใหญ่มักจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพราะกลัวที่จะต้องเปลี่ยนจากสิ่งที่คุ้นเคยเดิมๆ และไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นเช่นไร เราต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาด ซึ่งมีนิทานเรื่องหนึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งดิฉันอ่านแล้วประทับใจมาก ทำให้ดิฉันตระหนักการใช้ชิวิตอย่างระมัดระวังจนถึงปัจจุบันนี้


ชื่อเรื่อง ใครเอาเนยแข็งของฉันไป (Who moved my cheese?)

ผู้แต่ง : นายแพทย์สเปนเซอร์ จอห์นสัน
เป็นนิทานที่เล่าถึงตัวละคร 4 ตัว

มีหนูสองตัวคือ สนิฟฟ์ และ สเคอรี่
มีคนแคระสองคน คือ เฮม และ ฮอว์

ตัวละครทั้งหมดต่างมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป
ทั้งแบบที่กล้าเปลี่ยนแปลง
กลัวการเปลี่ยนแปลงไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง
หรือ เปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมี 4 ชีวิตเล็กๆ ในนี้มีสองชีวิตเป็นหนู ตัวหนึ่งชื่อ สนิฟฟ์ กับ สเคอร์รี่ ส่วนอีก 2 ชีวิตเป็นมนุษย์แคระ 2 คน ชื่อ เฮ็ม กับ ฮอว์ ทั้งสี่ชีวิตอาศัยอยู่ในเขาวงกต ซึ่งสลับซับซ้อนแห่งหนึ่งเพื่อเสาะหาเนยแข็งอันเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต


เจ้าหนู สนิฟฟ์ และ สเคอร์รี่ ใช้วิธีลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยใช้จมูกเป็นเครื่องนำทาง พวกมันจะจำทางที่ไม่มีเนยแข็งไว้ แล้ววิ่งไปทางอื่นจนถูกทาง ส่วนคนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ ก็ใช้ความรู้และประสบการณ์ในอดีตเข้าช่วย


ในที่สุดทั้ง 4 ชีวิต ได้พบกับคลังเนยแข็งขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนมีเนยเพียงพอที่ให้กินไปได้ตลอดชีวิต พวกเขาได้พบแหล่งอาหารอันวิเศษโอชะ ที่แสนสะดวกสบายและไม่ต้องวิ่งตระเวนหาอีกต่อไป


เวลาผ่านไปจนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ทั้ง 4 ชีวิตได้พบว่าเนยแข็งกำลังจะหมดไป เจ้าสนิฟฟ์เห็นเช่นนั้นก็ไม่เสียเวลาวิเคราะห์ มันออกวิ่งค้นหาเนยแข็งก้อนใหม่ทันที


ส่วนเจ้า สเคอร์รี่ เห็นเช่นนั้นก็วิ่งตามโดยไม่รอช้า สนิฟฟ์ ไปถึงไหนสเคอร์รี่ ก็ไปที่นั่น


คนแคระ เฮ็ม กับ ฮอว์ไม่คาดมาก่อนว่าเนยแข็งจะหมดไป เฮ็มถึงกับตีโพยตีพายกล่าวโทษเทวดาฟ้าดินว่า ไม่ยุติธรรมกับเขา แล้ววิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ว่าเนยแข็งควรจะกลับมาหาเขาอีก


แต่ ฮอว์ ดูจะยอมรับความจริงได้มากกว่า เขาเริ่มคิดว่าเขาควรทำการเปลี่ยนแปลง เขาจึงชวนเฮ็มให้ออกไปหาเนยแข็งใหม่แบบที่หนูสองตัวกำลังทำอยู่ ปรากฏว่า เฮ็มไม่ยอมรับฟัง


ฮอว์ จึงไปสู่เขาวงกตตามลำพัง


และแล้วเจ้าหนูทั้งสองก็ได้พบคลังเนยแข็งแห่งใหม่ที่ดีและใหญ่กว่าเดิม


ส่วนฮอว์นั้นแม้จะออกมาช้ากว่าเจ้าหนูทั้งสองแต่ในที่สุดเขาก็ได้พบคลังเนยแข็งใหม่เช่นกัน เขาจึงกลับไปชวนเฮ็มให้ออกมาจากสถานการณ์ที่ไม่มีเนยแข็งเหลืออยู่ แต่เฮ็มกลับปฏิเสธทั้งยังไม่ยอมรับเนยแข็งที่ ฮอว์ อุตส่าห์เอาไปฝาก


ฮอว์จึงจำใจต้องปล่อยเพื่อนไว้เช่นนั้น ระหว่างที่ฮอว์ออกมาเผชิญโชคครั้งใหม่ ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย เขาสรุปสัจธรรมแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเขียนไว้บนกำแพงเป็นระยะๆ


“ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลง คุณอาจจะสูญพันธุ์”


ฮอว์ สุขสบายอยู่ในคลังเนยแข็งใหม่แต่ก็ยังคิดและหวังว่า เฮ็มเพื่อนรักจะตามมาตามลายแทงและข้อคิดที่เขาบอกทางไว้ให้


ตัวละครทั้ง4ชีวิตเป็นตัวแทนแห่งสัญชาตญาณและความคิดในการตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง


สนิฟฟ์ เป็นผู้ดมกลิ่นการเปลี่ยนแปลงได้ก่อนใคร จึงนำออกไปก่อน

สเคอร์รี่ ไม่คิดอะไรเลย วิ่งตามกระแสอย่างเดียว

เฮ็ม เป็นผู้ปฏิเสธและต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโดยคิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะปรากฏโฉมในทางเลวร้ายกว่าเดิมเสมอ

ส่วนฮอว์ เป็นคนเรียนรู้และปรับตัวตามยุคสมัยเมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า


ถ้า “เนยแข็ง” คือ งาน อาชีพ ทรัพย์สิน ความสุข ความทุกข์ ความรัก ความหวังหรือสิ่งต่างๆ ที่คุณมีอยู่ ถ้าวันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นหายไป คุณจะเป็นเหมือนสนิฟฟ์ หรือสเคอร์รี่ หรือเฮ็ม หรือฮอว์ ค่ะ


ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำ คือ วิเคราะห์ความผิดพลาดในอดีตแล้วเตรียมวางแผนสำหรับอนาคต เรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับความเปลี่ยนแปลง ทำสิ่งต่างๆให้เรียบง่ายและยืดหยุ่นพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงจากเล็กๆน้อยๆที่เริ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ตัวเราเอง จะไม่มีอะไรดีขึ้นจนกระทั่งตัวเองได้เปลี่ยนแปลงแล้ว จริงไหม






อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/

วันจันทร์, กรกฎาคม 13, 2552

บทความที่ 1 เส้นทางชีวิตที่คุณเลือกได้

ชีวิตที่ผ่านมาของดิฉันคล้ายๆ กับขบวนรถไฟที่เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ อยู่ในเส้นทางเดิม ๆ ที่ซ้ำซาก จำเจไร้ซึ่งความหวัง และน่าเบื่อหน่าย และก็คงไม่แตกต่างไปจากเส้นทางชีวิตของคนส่วนใหญ่จริงไหมค่ะ ที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ ว่าเรียนเก่งเข้าไว้น่ะ เมื่อโตขึ้นจะได้มีงานทำ พอเรียนจบ ก็มีคนบอกอีกว่าต้องไปทำงานที่บริษัทที่มั่นคงเพื่อจะได้มีอนาคต และหลังจากนั้นก็มีคนบอกอีกว่าขยันเข้าไว้น่ะ จะได้ร่ำรวย

แต่ในความเป็นจริงของชีวิต จะมีใครสักกี่คนที่สามารถประสบความสำเร็จและร่ำรวยจากงานประจำที่ทำได้ ความสำเร็จที่ฝันไว้มันช่างห่างไกลเหลือเกิน เกินกว่าที่ดิฉันจะรอมันไหว ส่วนลึก ๆของดิฉันจึงแสวงหาเส้นทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่ดิฉันสามารถที่จะกำหนดอนาคตของดิฉันเองได้


เมื่อลองมองย้อนที่ตัวเราเองว่า แท้จริงแล้ว เราต้องการชีวิตแบบนี้หรือ? ชีวิตที่เหมือนปล่อยให้ผ่านๆ ไปในแต่ละวัน ตื่นเช้าขึ้นมา ออกจากบ้านไปทำงาน ผจญกับปัญหาจราจรติดขัด ไปทำงานด้วยความเร่งรีบ เพื่อไปให้ทันเข้างาน ตอกบัตรเข้าทำงาน แล้วก็ทำงาน งานๆๆๆ


พบเจอกับความเครียดต่างๆในการทำงาน พอพักเที่ยงแทนที่จะได้กินข้าวเที่ยงให้สบาย ๆ เป็นการ Relax แต่ก็ออกไปทานข้างนอกไม่ได้ซะอย่างงั้น เจ้านายบอกว่าเดี๋ยวจะไม่ทันเข้างาน ก็ต้องฝากแม่บ้านซื้ออาหารสำเร็จรูปที่แม่บ้านสะดวกที่จะซื้อ (บ่อยครั้งที่ซื้อตามอารมณ์ของแม่บ้าน)


พอถึงตอนเย็นเลิกงาน ตอกบัตรออก ผจญกับปัญหาจราจรอีกครั้ง กลับถึงบ้าน แล้วก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเตรียมพบกับวันใหม่ที่ดำเนินชีวิต ในรูปแบบเดิมๆ เป็นวงจรซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน

เหนื่อยไหม กับชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วความฝันล่ะ ? ความฝันของการมีอิสรภาพในชีวิตมันเริ่มหดหายไปตอนไหนแล้วล่ะ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าคนเราทุกคนมีความฝัน อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่าที่เราเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างแน่นอน แล้วทำไมไม่ลองหาทางที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณไปสู่รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบใหม่ในแบบที่คุณอยากเป็นล่ะค่ะ

สำหรับดิฉันได้เจอเส้นทางชีวิตที่ดิฉันเป็นผู้เลือก แล้วคุณล่ะ เจอเส้นทางชีวิตที่ตัวคุณสามารถเป็นผู้กำหนดเองได้แล้วหรือยังค่ะ อย่ากลัวที่จะคิด อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณ เพราะความกลัวไม่อาจทำให้คุณหลุดพ้นสิ่งที่พันธนาการคุณไว้ได้


อารียา หะยีมะเด็ง
MLM Expert
http://secrethomebiz.thport.com/